July 20, 2019

แนะนำวิธีการเก็บเงินสไตล์นักเศรษฐศาสตร์ที่คุณเองก็ทำได้

by Thanthip Suratthanyakorn Nat

 

วันนี้จะมาแชร์วิธีการเก็บเงินของเราด้วยสไตล์นักเศรษฐศาสตร์กันนะคะ

หลายคนอาจจะเห็นสูตรลับการออมมามากมาย แต่กลับทำไม่สำเร็จเสียที ตั้งแต่การแบ่งใส่ขวดแต่คุณแม่มักมาแกะออกไป หรือการหยอดใส่กระปุกก็เจอน้องสาวทุบไป หรือเทคนิคการเก็บแบงค์ห้าสิบแต่ดันเผลอทำกระเป๋าใบนั้นหาย หรือหลายคนก็พยายามออมเท่าที่จะทำได้ แต่ส่วนใหญ่ก็มักได้ผลลัพธ์เท่ากับ 0 เพราะเราใช้เงินด้วยการ “ให้รางวัลตัวเอง” ทุกเดือน ทุกวัน หรือแม้กระทั่งทุกเวลา เมื่อไม่มีใครมาบังคับหรือสร้างวินัยในการเก็บออม เราก็มักเผลอใจเป็นครั้งคราว และอาจล้มเลิกความคิดไปเลย แต่วันนี้เราขอเสนอวิธีการเก็บเงินแบบสัดส่วน 10:10:80 เพื่อที่จะทำตามกันได้ง่ายๆ

ขั้นแรก แยกเงินออกเป็นสามกอง ในอัตราส่วน 10:10:80

10 % แรก

โดยที่ 10% แรกตัดเข้าเงินฝากประจำที่เคยฝากไว้ หรือเปิดบัญชีเงินฝากประจำแบบสะสมทรัพย์ที่ตัดอัตโนมัติไปเลย ทุกธนาคารมีให้เลือกเงินฝากตั้งต้นตั้งแต่ 500 บาท ตัดไปอย่าเสียดาย อย่าคิดว่าต้องเอาไปจ่ายอะไรก่อน ตัดไปเลย 10% ของเงินเดือนนั้น เงินเข้าวันที่ 25 ก็ตัด 25 เงินเข้าวันที่ 31 ก็ตัดวันที่ 31 อย่ารีรอกันนะ

10% ที่สอง

10% ต่อไป เป็นเงินที่จะฝากลงไปในเงินฝากออมทรัพย์ แน่นอนว่าสามารถถอนออกมาใช้ได้ แต่อยากให้แยกจากบัญชีเดิมๆที่เราใช้ ถ้าห้ามใจไม่ไหวก็ขอยืมชื่อให้สักคนให้ไปเปิดบัญชีให้ (ความจริงแล้วผิดกฏหมายนะ แต่ถ้าลองให้คุณแม่หรือคุณพ่อ หรือญาติพี่น้องที่เรามั่นใจว่าเขาจะไม่เอาเงินเราไปใช้เล่นๆ ก็ขอให้เขาช่วยเปิดเพื่อเราจะฝากได้อย่างเดียว ถอนไม่ได้ถ้าไม่มีการยินยอมจากเขา) ทางที่ดีเปิดชื่อตัวเองแต่ไม่ทำบัตร ATM ก็ดีเช่นกัน เพื่อจะได้ไม่ถอนพร่ำเพรื่อ

80% ที่เหลือ

เอาไว้ใช้จ่าย ไม่ว่าจะเป็นค่าผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ค่าน้ำค่าไฟ บัตรเครดิต กินข้าว ค่ารถ ค่าไปเที่ยว ฯลฯ พยายามลดหนี้ให้ได้มากที่สุด และพยายามผ่อนบัตรเครดิตหรือเงินกู้ฉุกเฉินหรือกลุ่ม Personal Loan ที่มีดอกเบี้ยบวกค่าธรรมเนียมนู่นนี่สูงถึง 28% ให้หมดไปก่อน หากไม่พอ อย่าได้คิดจะไปแตะเงินส่วน 20% แรกนั้นเชียว ลองคิดหาทางเพิ่มรายได้ หรือลดรายจ่ายแบบจริงจังๆ เช่น เปิดเพจขายของเล่นเด็ก ขายอาหารคลีนที่ออฟฟิศ รับหิ้วสินค้าแบรนด์ช่วงวันหยุดหรือตอนเย็น เพราะหากว่ากิเลสคุณยังเยอะอยู่ คุณก็ควรหาทางเพิ่มรายได้เสริมเข้าไปด้วย มิฉะนั้น คุณควรต้องเลิกความคิดที่จะซื้อลิปสติกแท่งที่ 20 หรือชุดแต่งรถ หรืออาจจะต้องเอาของสะสมที่คุณมีนำไปขายในที่สุด

หากคุณมีโอกาสทำงานกับบริษัทที่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ คุณอาจจะเลือก 10% แรกในกองทุนฯนั้น อีก 10% ไปฝากกับอีกธนาคารหนึ่ง และค่อยนำเงินที่เหลือมาบริหารเองก็ได้นะคะ

เลือกเอาระหว่างเก็บและการลงทุนเพื่อเพิ่มมูลค่าของเงิน

สุดท้ายแต่ไม่ท้ายที่สุด จริงๆแล้วมีวิธีคิดเพื่อหาจำนวนปีที่จะทำให้เงินของคุณจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าได้นะ  เพราะมันขึ้นอยู่กับอัตราผลตอบแทนของการลงทุนนั้นๆ เช่น ถ้าคุณฝากเงินโดยมีอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก 0.5% สูตรคำนวณง่ายๆที่นักเศรษฐศาสตร์ใช้คือ สูตร 72 ด้วยการ เอา 72 ตั้งแล้วหารด้วยอัตราผลตอบแทน ในที่นี้เงินฝากของเราจะเพิ่มเป็นสองเท่าในอีก 72/0.5 = 144 ปี (แต่นั่นนานไปนิด)  ตรงนี้สรุปได้ว่า การฝากงินจึงเป็นแค่การรักษาเงินไว้เท่านั้นเอง แต่ผลตอบแทนเท่านี้ไม่สามารถทำให้คุณรวยได้ ในทางกลับกัน หากคุณลงทุนในหุ้นหรือกองทุนรวมดีๆสักชนิดหนึ่ง อาจจะได้รับผลตอบแทน 5% ต่อปี (ไม่รวมหุ้นปั่นและปรากฏการณ์เทขาย) เงินของคุณก็จะเพิ่มเป็นสองเท่าเมื่อมีการลงทุนในนี้ซ้ำๆเป็นเวลา 72/5 = 14.4 ปี

สุดท้ายแล้วนักเศรษฐศาสตร์จึงไม่ได้บอกให้คุณเก็บ 80 แล้วใช้จ่ายแค่ 20 แทน แต่เพราะพวกเขาต้องการให้คุณได้ใช้ชีวิต ใช้เงิน และมีเหลือเพื่อเก็บออม

หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้คุณมีความรู้สึกอยากเก็บเงินขึ้นมาบ้างนะคะ – เริ่มวันที่ดีที่สุด อย่าพยายามเลื่อนไปวันอื่นนะคะ

ติตดามอ่านบทความที่เกี่ยวกับอาชีพและการทำงานทั้งหมดของเราได้ที่ https://www.aware.co.th/it-jobs/blog/

และหากคุณเป็นคนสาย IT หมั่นพัฒนาตนเองอยู่เสมอ ชอบงานท้าทาย ต้องการแสดงฝีมือ และกำลังมองหาโอกาสดีๆให้ตัวเอง คลิกดูงานที่น่าสนใจจากเรากว่า 300 ตำแหน่งได้ที่นี่ https://www.aware.co.th/it-jobs

About Thanthip Suratthanyakorn

Senior Recruiter - Group Recruitment Lead & Organization Development Team | Aware Group - Passion in supporting people to unlock their career potential, tailored to professional goals and personal needs. | อยากให้ทุกคนได้ทำงานที่ตัวเองรัก ได้พัฒนา มีแนวคิด ได้ใช้ชีวิต และมีความสุขกับวันธรรมดาๆไปด้วยกัน

Uncategorized