พฤษภาคม 19, 2026

AI Literacy เปลี่ยนความกลัว AI ให้เป็นความคุ้นเคย

by Jiittiya Thammasorn jittiya.t@aware.co.th

AI Literacy เปลี่ยนความกลัว AI ให้เป็นความคุ้นเคย

 

เปลี่ยนความกลัว AI ให้เป็นความคุ้นเคย – AI Literacy คือทักษะใหม่ที่ทุกคนเรียนรู้ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็น Tech Expert

ถ้าคุณรู้สึกกลัวทุกครั้งที่ได้ยินคำว่า AI คุณไม่ได้โดดเดี่ยวนะคะ แต่ถ้าคุณยังไม่เริ่มต้นเรียนรู้เพราะมัวแต่กลัวอยู่ละก็ ความกลัวนี้แหละที่จะทำให้คุณโดดเดี่ยวเพราะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

ทำไมคนส่วนใหญ่ถึงกลัวการเรียนรู้ AI ?

ความกลัวนี้ไม่ได้เกิดจากความอ่อนแอ แต่เกิดจากสาเหตุหลายประการ

ประการแรก AI ถูกนำเสนอในสื่อและการสื่อสารขององค์กรอย่างซับซ้อนเกินจริง ทำให้คนรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องของคนที่เรียน Computer Science หรือ Data Science เท่านั้น ประการที่สองประสบการณ์การเรียนรู้เทคโนโลยีในอดีตที่ไม่ดี ทำให้หลายคนเชื่อว่า “ฉันไม่ใช่คนเก่งเรื่องพวกนี้” และประการสุดท้ายความกดดันจากองค์กรที่คาดหวังให้ทุกคน “ใช้ AI ได้ทันที” โดยไม่มีการสนับสนุนที่เพียงพอ ทำให้คนรู้สึกว่าตัวเองตกขบวนและไม่มีเวลาเรียนรู้

AI Literacy คืออะไร?

AI Literacy ไม่ใช่เรื่องของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง สิ่งที่ต้องเข้าใจก่อนคือ AI Literacy หรือความรู้ความเข้าใจเรื่อง AI ไม่ได้หมายถึงการเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี แต่หมายถึงความสามารถในการเข้าใจว่า AI ทำอะไรได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ใช้มันอย่างไรให้เหมาะสมกับงาน และรู้เท่าทันข้อจำกัดของมัน

Ethan Mollick ศาสตราจารย์จาก Wharton School ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI ในองค์กร อธิบายว่า “การใช้ AI ให้เป็นไม่ต้องรู้ว่ามันทำงานอย่างไร เหมือนที่คนขับรถได้โดยไม่ต้องเป็นช่างเครื่อง” สิ่งที่คนต้องการคือการเข้าใจ Use Case และการฝึกฝนให้ใช้งานได้จริง ไม่ใช่ท่องทฤษฎีหรือเรียนรู้การโค้ดที่ซับซ้อน

3 ตัวเร่ง vs 3 ตัวฉุดรั้ง ที่กำหนดความเร็วในการเรียนรู้ AI

จากการสังเกตการพัฒนาทีมงานในหลายองค์กรพบว่ามีตัวเร่งและตัวฉุดรั้งที่ทำให้คนเรียนรู้ AI ได้เร็วหรือช้าต่างกันอย่างชัดเจน

3 ตัวเร่งที่สำคัญ:

  1. การได้ลงมือทำจริง คนที่ได้ทดลองใช้ AI กับงานจริงของตัวเองเรียนรู้เร็วกว่าคนที่เรียนแต่ทฤษฎี การให้โจทย์จากงานจริง เช่น “ใช้ AI ช่วยเขียนอีเมล” หรือ “ช่วยสรุปรายงาน” ทำให้เห็นคุณค่าและเข้าใจได้เร็ว
  2. มีพื้นที่ปลอดภัยในการลองผิดลองถูก องค์กรที่สนับสนุนให้คนได้ทดลอง ผิดพลาดได้โดยไม่ถูกตำหนิ จะทำให้คนกล้าเรียนรู้มากกว่าองค์กรที่คาดหวังให้ทำได้ถูกต้องตั้งแต่ครั้งแรก
  3. มี Peer Learning หรือการเรียนรู้จากเพื่อนร่วมงาน คนที่มีเพื่อนร่วมทีมแชร์วิธีการใช้ AI ในงานจริง เรียนรู้ได้เร็วและสนุกกว่าการเรียนคนเดียว

3 ตัวฉุดรั้งที่ต้องระวัง:

  1. ความกดดันที่ต้อง “เก่งทันที” เมื่อองค์กรคาดหวังให้ทุกคนใช้ AI ได้อย่างเชี่ยวชาญโดยไม่ให้เวลาเรียนรู้ คนจะรู้สึกกดดันและหลีกเลี่ยงการใช้
  2. การขาดตัวอย่างที่เกี่ยวข้องกับงานจริง การอบรม AI ที่ใช้ตัวอย่างทั่วไปแทนที่จะเป็นตัวอย่างจากงานจริงในองค์กร ทำให้คนไม่เห็นภาพว่าจะนำไปใช้อย่างไร
  3. การไม่มีแนวทางที่ชัดเจน เมื่อองค์กรบอกแค่ว่า “ไปเรียน AI” โดยไม่บอก Learning Journey ว่าควรเริ่มต้นอย่างไร ใช้เครื่องมือไหน หรือเรียนรู้อะไรก่อนหลัง คนจะรู้สึกสับสนและท้อแท้

AI Learning Journey 4 ขั้น ที่ใช้ได้จริง

Learning Journey ที่ควรเป็นมีหน้าตาอย่างไร?  การพัฒนา AI Literacy ควรมีเส้นทางที่ชัดเจนและเป็นขั้นตอน ผู้บริหารที่เข้าใจเรื่องนี้จะออกแบบการเรียนรู้ที่ทำให้คนรู้สึกว่าตัวเองก้าวหน้าได้จริง ไม่ใช่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

ขั้นที่ 1: Awareness – รู้จักและลดความกลัว (1-2 สัปดาห์)

เริ่มจากการให้คนเข้าใจว่า AI คืออะไร ทำอะไรได้บ้าง และไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ใช้ตัวอย่างง่าย ๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น Netflix ที่แนะนำหนัง หรือ Google Maps ที่แนะนำเส้นทาง เป้าหมายคือทำให้คนรู้สึกว่า AI ไม่ใช่เรื่องไกลตัว

ขั้นที่ 2: Exploration – ลองใช้ในงานจริง (2-4 สัปดาห์)

ให้คนเลือกเครื่องมือ AI ที่เกี่ยวข้องกับงานของตัวเอง เช่น ChatGPT, Copilot หรือ Gemini และทดลองใช้กับงานง่าย ๆ เช่น เขียนอีเมล สรุปเอกสาร หรือระดมความคิด ไม่ต้องกดดันให้ทำอะไรซับซ้อน แค่ให้คุ้นเคยกับการโต้ตอบกับ AI

ขั้นที่ 3: Application – ประยุกต์ใช้กับงานจริง (1-2 เดือน)

เมื่อคนคุ้นเคยแล้ว ให้ท้าทายด้วยโจทย์ที่ซับซ้อนขึ้น เช่น ใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูล สร้าง Presentation หรือออกแบบกระบวนการทำงานใหม่ ในขั้นนี้ควรมี Coach หรือ Mentor ที่ช่วยแนะนำและให้ Feedback

ขั้นที่ 4: Sharing – แชร์และเรียนรู้ร่วมกัน (ต่อเนื่อง)

สร้างวัฒนธรรมการแชร์วิธีการใช้ AI ในทีม จัด Brown Bag Session หรือ Community of Practice ให้คนที่เริ่มเก่งแล้วแชร์ประสบการณ์ สิ่งนี้ทำให้การเรียนรู้เป็นเรื่องปกติและต่อเนื่อง

องค์กรที่ประสบความสำเร็จในยุค AI เริ่มต้นจากตรงไหน?

AI Literacy ไม่ใช่จุดหมายปลายทาง แต่เป็นการเดินทางที่ต่อเนื่อง และทุกคนเริ่มต้นจากจุดที่ต่างกัน บทบาทของผู้บริหารคือการสร้างสภาพแวดล้อมที่คนรู้สึกปลอดภัยที่จะเรียนรู้ ได้ลองผิดลองถูก และไม่ถูกตัดสินจากความไม่รู้ เมื่อความกลัวถูกแทนที่ด้วยความอยากรู้อยากเห็นและความอยากรู้อยากเห็นถูกหล่อเลี้ยงด้วยการได้ลงมือทำจริง นั่นคือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนจาก Fear เป็น Fluency

องค์กรที่ประสบความสำเร็จในยุค AI ไม่ใช่องค์กรที่มีคนเก่ง AI มากที่สุด แต่เป็นองค์กรที่ทำให้ทุกคนกล้าเรียนรู้และเติบโตไปด้วยกันมากที่สุด

AI Literacy เปลี่ยนความกลัว AI ให้เป็นความคุ้นเคย

About Jiittiya Thammasorn

Group People Development Director | Aware Corporation Work with Purpose, where your work truly matters, enabling people to grow, perform and create sustainable value for the organization. #เป็นทุกอย่างเพื่อทุกคน #WorkwithPurpose #PassionfuelPurpose

Uncategorized @th