กุมภาพันธ์ 5, 2026

วิธีสร้างคุณค่าในตัวเองเมื่อต้องทำงานกับ AI 

by Jiittiya Thammasorn jittiya.t@aware.co.th

วิธีสร้างคุณค่าในตัวเองเมื่อต้องทำงานกับ AI 


วิธีสร้างคุณค่าในตัวเองเมื่อต้องทำงานกับ AI 


จากบทความแรกที่เราพูดถึงความท้าทายของคนทำงานในยุค 
AI ที่ต้องเผชิญกับความรู้สึกไม่มั่นคงและคำถามเรื่องคุณค่าของตัวเอง วันนี้อยากชวนคุณมาทำความรู้จักกับเครื่องมือง่าย ๆ ที่จะช่วยให้คุณตระหนักรู้และดูแลคุณค่าภายในของตัวเองได้จริงและเป็นสิ่งที่ทำได้ในชีวิตประจำวัน 

รู้จัก Self-Compassion คืออะไร?

Dr. Kristin Neff นักจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยเท็กซัสที่ออสติน ผู้เชี่ยวชาญด้าน Self-Compassion หรือความเมตตาต่อตนเอง เสนอแนวคิดที่ว่า การมองเห็นคุณค่าในตัวเองต้องเริ่มต้นจากการยอมรับความไม่สมบูรณ์แบบของตัวเองก่อน ไม่ใช่การพยายามพิสูจน์ว่าเราดีพอหรือไม่มีข้อบกพร่อง เธออธิบายว่าคนที่มี Self-Compassion จะสามารถรับมือกับความผิดพลาดและความล้มเหลวได้ดีกว่า เพราะพวกเขาไม่ได้ผูกคุณค่าของตัวเองไว้กับความสำเร็จเพียงอย่างเดียว Self-Compassion ช่วยเรื่องงานได้อย่างไร? สิ่งนี้จะช่วยลดความเครียด ทำให้กล้าลองผิดลองถูก และฟื้นตัวจากความล้มเหลวได้เร็วขึ้น

แบบฝึกหัดสร้างคุณค่าในตัวเอง

ยิ่งในยุคนี้ ทำไมคนเราถึงรู้สึกไร้ค่าเมื่อทำงานกับ AI? เพราะเรามักเอาผลลัพธ์ความเร็วของ AI มาเปรียบเทียบกับตัวเอง เพื่อรับมือกับความคิดและรู้สึกของตัวเองเป็นเรื่องที่สำคัญ การฝึกฝน Self-Compassion เริ่มต้นได้ง่าย ๆ เช่น เมื่อคุณทำผิดพลาดหรือรู้สึกว่าตัวเองไม่ดีพอ ให้หยุดและถามตัวเองว่า “ถ้าเพื่อนสนิทเจอสถานการณ์แบบนี้ ฉันจะพูดกับเขาอย่างไร” แล้วพูดกับตัวเองแบบเดียวกัน การฝึกนี้ช่วยให้เราเห็นว่าเรามักจะใจดีกับคนอื่นแต่กลับใจร้ายกับตัวเอง เมื่อเราฝึกถามตัวเองบ่อย ๆ เราจะเริ่มสังเกตเห็นว่าเรามีพลังรับมือกับความท้าทายได้มากขึ้นกว่าเดิม 

นอกจากการฝึก Self-Compassion แล้ว ยังมีอีก 3 แบบฝึกหัดง่าย ๆ ที่เป็นเหมือนวิธีสร้างคุณค่าในตัวเองเมื่อต้องทำงานกับ AI คือ 

1. เขียนบันทึกข้อดีของตัวเอง 3 ข้อ ทุกสัปดาห์

Martin Seligman นักจิตวิทยาผู้บุกเบิกสาขา Positive Psychology แนะนำให้เราฝึกมองหาจุดแข็งของตัวเองอย่างสม่ำเสมอ ไม่จำเป็นต้องเป็นข้อดีใหญ่โต อาจเป็นแค่ “ฉันฟังคนอื่นพูดจนจบโดยไม่พูดแทรก” หรือ “ฉันเป็นคนตรงต่อเวลา” การเขียนบันทึกเหล่านี้ช่วยให้เราเห็นว่าตัวเองมีคุณค่ามากกว่าที่คิด 

2. จดบันทึกความสำเร็จเล็ก ๆ น้อย ๆ

เรามักมองข้ามความสำเร็จเล็ก ๆ และจดจ่ออยู่กับสิ่งที่ยังทำไม่ได้ ลองเริ่มจดบันทึกความสำเร็จเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน เช่น “วันนี้ฉันช่วยเพื่อนร่วมงานแก้ปัญหาได้” หรือ “ฉันจัดการกับลูกค้าที่โกรธได้ดีขึ้น” เมื่อสะสมไปเรื่อย ๆ คุณจะเห็นว่าตัวเองมีคุณค่าและสร้างผลกระทบเชิงบวกอยู่เสมอ  

3. หาคนที่ให้กำลังใจและสะท้อนคุณค่าของเรา

Carol Dweck นักจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ผู้เขียนหนังสือMindset: The New Psychology of Success ที่โด่งดัง เน้นย้ำว่าสภาพแวดล้อมรอบตัวมีผลต่อวิธีที่เรามองตัวเอง ลองตั้งวงสนทนาเล็ก ๆ กับเพื่อนที่ไว้ใจได้ แชร์ความรู้สึกและความท้าทายที่เจอ การได้ยินมุมมองจากคนอื่นช่วยให้เราเห็นคุณค่าที่ตัวเองมองข้าม 

การฝึกใช้เครื่องมือเหล่านี้อาจฟังดูง่าย แต่ในความเป็นจริงแล้ว หลายคนพบว่ามันยากกว่าที่คิด โดยเฉพาะเมื่อสภาพแวดล้อมการทำงานรอบตัวกำลังส่งสัญญาณที่ขัดแย้งกัน ในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทมากขึ้น คนทำงานหลายคนกำลังเผชิญกับความสับสนว่าตัวเองควรปรับตัวแค่ไหน ควรพึ่งพาเทคโนโลยีมากน้อยเพียงใด และบทบาทของความเป็นคนยังเหลืออยู่ตรงไหน 

บทบาทองค์กรและการใช้ AI

ประเด็นที่ทำให้การดูแลจิตใจของตัวเองยากขึ้นก็คือ ความไม่ชัดเจนในองค์กรเกี่ยวกับการใช้ AI พนักงานบางคนอาจใช้ AI ช่วยงานไปถึง 70% ในขณะที่บางคนแทบไม่ได้ใช้เลย แต่ถ้าองค์กรไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้อย่างเปิดเผย ไม่ได้ตั้งข้อตกลงร่วมกันว่า “ควรใช้ AI แค่ไหน ใช้เพื่อช่วยอะไร และอะไรที่ยังต้องเป็นหน้าที่ของคน” ความเหลื่อมล้ำและความกดดันก็จะค่อย ๆ เกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว 

คนที่ใช้ AI มากอาจถูกคาดหวังว่าต้องทำงานได้มากกว่าและเร็วกว่า แต่ถ้าทุกคนในทีมไม่ได้อยู่บนฐานเดียวกัน ความคาดหวังก็จะไม่เท่าเทียมกัน ในขณะเดียวกัน คนที่ใช้ AI น้อยอาจเริ่มรู้สึกว่าตัวเองตกยุค ไม่ทัน หรือถูกมองว่าขาดประสิทธิภาพ แม้ว่าความจริงแล้วงานของเขาอาจต้องอาศัยความละเอียดอ่อนทางอารมณ์หรือการตัดสินใจเชิงซับซ้อนที่ AI ยังทำได้ไม่ดีพอ  

นี่คือเหตุผลว่าทำไมการดูแลคุณค่าภายในของคนทำงานในยุค AI จึงไม่สามารถทำได้ด้วยความพยายามของแต่ละคนเพียงอย่างเดียว มันต้องอาศัยความชัดเจนและการสื่อสารจากองค์กรด้วย เมื่อองค์กรเริ่มคุยเรื่องการใช้ AI อย่างตรงไปตรงมา ตั้งแนวทางที่โปร่งใส และให้คนเข้าใจว่าบทบาทของตัวเองยังมีความหมายอย่างไร คนทำงานจะรู้สึกมั่นคงมากขึ้น พวกเขาจะไม่ต้องเดาว่าตัวเองกำลังทำถูกหรือผิด ไม่ต้องเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นโดยไม่รู้บริบท  

เมื่อมีความชัดเจนจากองค์กรประกอบกับการดูแลตัวเองด้วย Self-Compassion การจดบันทึกข้อดีและความสำเร็จเล็ก ๆ รวมถึงการมีคนรอบข้างที่ให้กำลังใจ เครื่องมือเหล่านี้จะเริ่มทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ คนจะมองเห็นคุณค่าของตัวเอง ไม่ถูกกลืนหายไปด้วยความกังวลและความไม่แน่นอนจากสภาพแวดล้อมที่คลุมเครือ การขาดการสื่อสารนี้ไม่เพียงแต่ทำให้คนรู้สึกกดดัน แต่ยังอาจนำไปสู่ภาวะ burnout โดยที่ทั้งองค์กรและพนักงานไม่รู้ตัว เพราะทุกคนกำลังวิ่งไปคนละทิศทาง ด้วยความเข้าใจที่ไม่ตรงกัน 

คุณค่าภายใน: รากฐานที่สำคัญที่ไม่มีอะไรแทนได้

คุณค่าภายในคือรากฐานที่ยั่งยืน มันไม่ใช่สิ่งที่ AI จะมาแทนได้ ไม่ใช่สิ่งที่ปรากฏในตัวเลข KPI และไม่ได้หายไปเพียงเพราะบทบาทการทำงานเปลี่ยน มันคือรากฐานที่ทำให้ทุกคนสามารถเติบโต เรียนรู้ และเดินหน้าต่อไปได้ในโลกที่เปลี่ยนแปลงไม่หยุด โดยไม่สูญเสียความเป็นตัวเองไปตลอดทาง  

ลองเริ่มต้นด้วยการถามตัวเองว่า “วันนี้ฉันทำอะไรที่ดีไปบ้าง” และจดมันลงไป คุณจะพบว่าคุณค่าของคุณมีมากกว่าที่คิด และมันอยู่ที่นั่นมาตลอด แค่รอให้คุณหันกลับมามองเห็นมันเท่านั้นเอง 

 

บทความที่เกี่ยวข้อง: คุณค่าภายในของคนทำงาน ในยุค AI ที่วัดทุกอย่างด้วยประสิทธิภาพ 

 

วิธีสร้างคุณค่าในตัวเองเมื่อต้องทำงานกับ AI 

About Jiittiya Thammasorn

Group People Development Director | Aware Corporation Work with Purpose, where your work truly matters, enabling people to grow, perform and create sustainable value for the organization. #เป็นทุกอย่างเพื่อทุกคน #WorkwithPurpose #PassionfuelPurpose

Uncategorized @th