Table of Contents
ภัยคุกคามทางไซเบอร์เป็นความท้าทายระดับโลก ในขณะที่ประเทศไทยเองก็เผชิญกับความเสี่ยงด้าน Cybersecurity ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซ้ำยังส่งผลกระทบต่อทั้งประชาชน องค์กรธุรกิจ และหน่วยงานภาครัฐมากขึ้นทุกปี โดยเฉพาะการโจมตีผ่าน phishing การเจาะระบบผ่านอุปกรณ์ของผู้ใช้งาน (endpoint compromise) และการโจมตีที่มุ่งเป้าไปยังระบบบัญชีผู้ใช้หรือ identity ขององค์กร แนวโน้มเหล่านี้ทำให้องค์กรจำเป็นต้องก้าวข้ามการป้องกันแบบดั้งเดิม เช่น Antivirus หรือ Firewall และหันมาใช้แนวทาง Cyber Defense 360° ที่ครอบคลุมทั้ง Endpoint, Identity และ Cloud Security เพื่อรับมือกับภัยคุกคามยุคใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Cybersecurity Landscape ในประเทศไทย: องค์กรกำลังเผชิญความเสี่ยงมากขึ้นแค่ไหน
หากพิจารณาจากสถิติในช่วง 2–3 ปีที่ผ่านมา แนวโน้มของภัยไซเบอร์ในประเทศไทยไม่ได้เพียงเพิ่มขึ้น แต่กำลังเปลี่ยนรูปแบบไปสู่การโจมตีที่ซับซ้อนและเชื่อมโยงกับพฤติกรรมของผู้ใช้งานมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ในปี 2024 ประเทศไทยมีคดีอาชญากรรมออนไลน์ในประเทศไทยมากกว่า 400,000 คดี คิดเป็นความเสียหายรวม 60,000 ล้านบาทต่อปี ในขณะที่ปี 2025 เพียงครึ่งปีแรกเกิดขึ้นแล้วกว่า 166,000 คดี และในปี 2026 นี้ ระหว่างวันที่ 8-14 มี.ค. 2026 แค่อาทิตย์เดียว คดีออนไลน์พุ่ง 7,750 คดี รวมเสียหายไปแล้วกว่า 428 ล้านบาท ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า ความเสี่ยงด้านไซเบอร์ไม่ได้ลดลง แต่กำลังพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าคดีจำนวนมากจะเกิดกับประชาชนทั่วไป แต่รูปแบบของการโจมตีส่วนใหญ่เริ่มต้นจาก “การหลอกลวงผู้ใช้งาน” ซึ่งเป็นช่องทางเดียวกับที่ผู้โจมตีใช้ในการเจาะเข้าสู่ระบบขององค์กร
แนวโน้มดังกล่าวสอดคล้องกับข้อมูลจาก Aware ซึ่งพบว่า ในปี 2025 มีการสั่งซื้อ Endpoint Security จากลูกค้ามากกว่า 30 องค์กรในประเทศไทย โดยมียอดใช้งาน CrowStrike Falcon Endpoint Protection มากกว่า 3,000 Licenses ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่า 20% จากปี 2024 การเติบโตนี้สะท้อนให้เห็นว่า องค์กรขนาดกลางถึงขนาดใหญ่เริ่มตระหนักถึงความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจาก endpoint ซึ่งมักเป็นจุดเริ่มต้นของการโจมตี
โดยความเสี่ยงที่พบได้บ่อยในองค์กรไทย ได้แก่
- การพึ่งพา Antivirus แบบ signature-based ที่ไม่สามารถตรวจจับภัยคุกคามรูปแบบใหม่
- การขาด visibility ต่อพฤติกรรมผิดปกติบน endpoint
- การทำงานแบบ hybrid ที่ทำให้อุปกรณ์พนักงานอยู่นอก perimeter
- การขาดทีม Security เฉพาะทางและเครื่องมือในการวิเคราะห์และตอบสนองต่อเหตุการณ์ (Incident Response)
ตรงกับรายงาน CrowdStrike 2025 APJ eCrime Landscape Report ระบุว่า ภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่เกิดขึ้นในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่น (APJ) ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการโจมตีที่มุ่งเป้าไปยังองค์กรธุรกิจในหลายภาคส่วน ผู้โจมตีจำนวนมากใช้ phishing, social engineering และการขโมยข้อมูลบัญชีผู้ใช้งาน เป็นจุดเริ่มต้นของการโจมตี ก่อนขยายผลไปสู่การเข้าควบคุมระบบภายในองค์กรผ่าน endpoint ที่ถูกโจมตี
กลุ่มอาชญากรไซเบอร์ในภูมิภาคนี้มีการดำเนินการอย่างเป็นระบบมากขึ้น โดยอาศัยเครื่องมือที่ซื้อขายกันในตลาดใต้ดิน (cybercriminal ecosystem) เช่น phishing kits, malware และข้อมูลบัญชีที่ถูกขโมย ซึ่งทำให้การโจมตีเริ่มต้นได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น เมื่อผู้ใช้งานเผลอคลิกลิงก์หรือดาวน์โหลดไฟล์อันตราย อุปกรณ์ปลายทางของพนักงานอาจถูกใช้เป็นช่องทางแรกในการฝังมัลแวร์ หรือขโมยสิทธิ์การเข้าถึง เพื่อนำไปสู่การเคลื่อนไหวภายในเครือข่ายขององค์กรและการโจมตีในขั้นต่อไป
แนวโน้มเหล่านี้ทั้งหมดสะท้อนให้เห็นว่า องค์กรในประเทศไทยจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการป้องกันภัยไซเบอร์อย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นการปกป้อง endpoint ของพนักงาน การรักษาความปลอดภัยของระบบ identity ไปจนถึงการป้องกันระบบ cloud และ application ที่เป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจในยุคดิจิทัล
Antivirus และ Firewall เพียงอย่างเดียวไม่สามารถป้องกันการโจมตีแบบ modern cyber threats ได้อีกต่อไป
จากภัยไซเบอร์ที่เพิ่มขึ้น หลายองค์กรอาจตั้งคำถามว่า ระบบรักษาความปลอดภัยที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน เช่น Antivirus หรือ Firewall เพียงพอหรือไม่ในการป้องกันภัยคุกคามเหล่านี้
เครื่องมือเหล่านี้ยังคงมีบทบาทสำคัญในการป้องกันภัยไซเบอร์ แต่ในยุคที่รูปแบบการโจมตีมีความซับซ้อนมากขึ้น คำถามสำคัญที่หลายองค์กรเริ่มตั้งคือ ระบบความปลอดภัยแบบดั้งเดิม ยังสามารถรับมือกับภัยคุกคามยุคใหม่ได้เพียงพอหรือไม่
การโจมตีทางไซเบอร์ในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการติดตั้งมัลแวร์ในเครื่องคอมพิวเตอร์เหมือนในอดีต แต่ผู้โจมตีมักใช้เทคนิคที่ซับซ้อนมากขึ้น เช่น การขโมยบัญชีผู้ใช้ การเคลื่อนที่ภายในเครือข่าย (lateral movement) หรือการเข้าถึงระบบ cloud ขององค์กรผ่าน credential ที่ถูกขโมย
เครื่องมือแบบดั้งเดิม เช่น Antivirus มักออกแบบมาเพื่อตรวจจับมัลแวร์ที่มีอยู่ในฐานข้อมูลแล้ว (signature-based detection) ขณะที่ Firewall ทำหน้าที่ควบคุมการรับส่งข้อมูลในเครือข่าย แต่เครื่องมือเหล่านี้เพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถมองเห็นพฤติกรรมการโจมตีที่เกิดขึ้นภายในระบบ หรือการโจมตีที่ข้ามหลายส่วนของโครงสร้างพื้นฐาน IT ได้
องค์กรจำเป็นต้องมีแนวทางด้านความปลอดภัยที่ครอบคลุมหลายมิติ
เมื่อ attack surface ขององค์กรขยายตัวมากขึ้น การป้องกันภัยไซเบอร์จึงต้องมองในภาพรวมของทั้งระบบ IT
Endpoint Security
เพื่อป้องกันอุปกรณ์ของพนักงานซึ่งมักเป็นจุดเริ่มต้นของการโจมตี เช่น การติดมัลแวร์จากไฟล์หรืออีเมลที่เป็นอันตราย
Identity Security
เพื่อป้องกันการขโมยบัญชีผู้ใช้ การโจมตีแบบ brute-force หรือ credential stuffing ซึ่งเป็นหนึ่งในวิธีการเข้าถึงระบบที่พบได้บ่อย
Cloud Security
เพื่อปกป้องระบบ cloud และ workload ที่องค์กรใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
Threat Detection และ Incident Response
เพื่อให้สามารถตรวจจับพฤติกรรมที่ผิดปกติ และตอบสนองต่อการโจมตีได้อย่างรวดเร็วก่อนที่ความเสียหายจะขยายตัว
แนวคิดนี้จึงนำไปสู่การสร้างระบบป้องกันแบบ Cyber Defense 360° ที่ช่วยให้องค์กรสามารถมองเห็นภัยคุกคามในทุกมิติของโครงสร้างพื้นฐาน IT และลดความเสี่ยงจากการโจมตีที่มีความซับซ้อนมากขึ้นในปัจจุบัน
Cyber Defense 360°: การป้องกันภัยไซเบอร์ที่ต้องมองในภาพรวมของทั้งระบบ IT
เมื่อองค์กรจำนวนมากเริ่มนำเทคโนโลยี Cloud, SaaS และ Remote Work มาใช้มากขึ้น พื้นที่การโจมตี (Attack Surface) ขององค์กรก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย การป้องกันภัยไซเบอร์ในปัจจุบันจึงไม่สามารถพึ่งพาเครื่องมือเพียงประเภทเดียว เช่น Antivirus หรือ Firewall ได้อีกต่อไป แต่จำเป็นต้องมีแนวทางที่ครอบคลุมทั้ง
- การตรวจจับภัยคุกคามที่เกิดขึ้นกับEndpoint
- การป้องกันการขโมยบัญชีผู้ใช้และการโจมตีด้าน Identity
- การรักษาความปลอดภัยของ Cloud Infrastructure
- การตรวจสอบช่องโหว่ของระบบและ Web Application
แนวคิด Cyber Defense 360° จึงเป็นแนวทางที่ช่วยให้องค์กรสามารถมองเห็นภัยคุกคามในทุกมิติ และสามารถตรวจจับ ตอบสนอง และป้องกันการโจมตีได้อย่างรวดเร็ว
เรียนรู้แนวทางการสร้างระบบป้องกันภัยไซเบอร์แบบ End-to-End ที่ครอบคลุมแบบ 360°
หากคุณต้องการทำความเข้าใจแนวคิด Cyber Defense 360° และเรียนรู้แนวทางการสร้างระบบป้องกันภัยไซเบอร์แบบ End-to-End ที่ครอบคลุมทั้ง Endpoint, Identity และ Cloud เราขอเชิญคุณเข้าร่วมงานสัมมนาออนไลน์ที่จัดขึ้นโดย Aware Group และ CrowdStrike ซึ่งจะช่วยให้องค์กรของคุณมองเห็นภาพของภัยคุกคามยุคใหม่ และแนวทางในการรับมืออย่างเป็นระบบ
[Webinar] Cyber Defense 360°: เสริมความแกร่งด้าน Cybersecurity แบบ End-to-End
📅 วันพฤหัสบดีที่ 2 เมษายน 2026
⏰ เวลา 14.00 – 15.30 น.
💻 เข้าร่วมฟรี! ผ่าน Zoom
🔗 ลงทะเบียนเข้าร่วม Webinar ได้ที่นี่
👉 https://go.aware.co.th/0tp2
Digital Marketing Executive | Aware Group ตั้งใจที่จะส่งมอบเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ เขียนให้อ่านง่ายและเข้าใจง่าย แม้ผู้ที่ไม่มีความรู้ทางด้านเทคโนโลยีมาก่อนก็สามารถศึกษาร่วมกันได้ ยินดีที่จะนำเสนอเรื่องราวน่าสนใจด้านเทคโนโลยี มาร่วมเรียนรู้ด้วยกันนะคะ

