อิทธิพลสร้างแรงบันดาลใจของผู้หญิงในโลกไอที

“นิตยสาร TIME ประกาศรายชื่อผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก 100 คนประจำปี 2018 ปรากฎว่ามีสุภาพสตรีติดโผมากที่สุดในประวัติศาสตร์ถึง 45 คน”

 

“นิตยสาร Forbes ได้จัดอันดับ The World’s 100 Most Powerful Women 2018 (100 อันดับสตรีผู้ทรงอิทธิพลของโลกปี 2018)

 

คุณมองเห็นอะไรบ้างจากข้อความเหล่านี้?

 

ในปัจจุบัน เรื่องการงานยังคงเป็นเรื่องหนักใจของผู้หญิงหลายๆคน เนื่องด้วยในหลายๆองค์กรยังมีความเชื่อว่าผู้หญิงเป็นช้างเท้าหลังอยู่ ในวงการไอทีก็เช่นกัน ที่ปัจจุบันดูเหมือนจะเปิดโอกาสให้ผู้หญิงมากขึ้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว ผู้หญิงบางส่วนยังต้องใช้ความพยายามอย่างหนัก (มากกว่าผู้ชายด้วยซ้ำในบางครั้ง) เพื่อพิสูจน์ตัวเองว่าพวกเธอนั้นก็มีความสามารถไม่ต่างไปจากผู้ชายเลย

ในบทความนี้เราอยากแนะนำ เชอริล แซนด์เบิร์ก (Sheryl Sandberge) หนึ่งในผู้หญิงที่ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งวงการไอที เธอเป็น 1 ใน 100 คนของ THE WORLD’S MOST POWERFUL WOMEN 2018 โดยนิตยสาร Forbes และในอีกด้านหนึ่งเธอมีบทบาทในการให้คำปรึกษาแก่ผู้หญิงทำงานในเรื่องการสร้างสมดุลย์ระหว่างอาชีพการงานกับครอบครัว จนได้รับการยกย่องว่าเป็นแบบอย่างแห่งความสำเร็จของผู้หญิงยุคใหม่ เพื่อที่จะจุดประกายแรงบันดาลใจให้แก่สาวๆชาวไอทีได้รู้สึกฮึกเหิม เกิดความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะสร้างเส้นทางของตัวเองให้เป็นดั่งฝันเหมือนกับเรื่องราวของแซนด์เบิร์ก เราจึงอยากชวนคุณมารู้จักเธอและเส้นทางแห่งความสำเร็จของผู้หญิงคนนี้กัน

 

ครอบครัว

 

แซนด์เบิร์ก เกิดในปี 1969 เติบโตในกรุงวอชิงตัน ดีซี ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อเธออายุได้เพียง 2 ขวบ ครอบครัวของเธอย้ายไปอยู่ที่ฟลอริดา คุณพ่อของเธอเป็นจักษุแพทย์ ส่วนคุณแม่ก็เป็นอาจารย์สอนภาษาฝรั่งเศสในวิทยาลัย เรียกได้ว่าเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์ครอบครัวหนึ่ง

 

การศึกษา

 

ในช่วงไฮสคูล แซนด์เบิร์กเข้ารับศึกษาที่ North Miami Beach High School การเรียนของเธอนั้นอยู่ในอันดับต้นๆของชั้นเสมอ ตอนที่เธอเรียนอยู่เกรด 10 เธอได้รับเลือกให้เป็นประธานรุ่นและสมาชิกของ National Honor Society เมื่อเรียนอยู่เกรด 12 แซนด์เบิร์กได้ดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการบริหารของรุ่น

ในปี 1987 แซนด์เบิร์กเข้ารับการศึกษาระดับปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัย Harvard และสำเร็จการศึกษาในปี 1991 พร้อมกับรางวัลผลการเรียนยอดเยี่ยมด้านเศรษฐศาสตร์ ในขณะที่กำลังศึกษาอยู่นั้นได้ก่อตั้งองค์กร Woman in Economic and Government ด้วย

หลังจากนั้นเธอได้มีโอกาสเข้าพบ ศาสตราจารย์ลาร์รี่ ซัมเมอรส์ (Larry Summers) อาจารย์และนักเศรษฐศาสตร์ผู้มีผลงานยอดเยี่ยมมากมายระดับประเทศและถูกรัฐบาลเรียกใช้ตัวอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งภายหลังกลายมาเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาด้านธีสิส (Thesis) ให้กับแซนด์เบิร์ก และรับเธอเข้ามาร่วมทำงานในตำแหน่งผู้ช่วยนักวิจัยที่ World Bank ซึ่งเป็นงานวิจัยในโครงการด้านสุขภาพของประเทศอินเดีย ต่อการรับมือกับโรคเรื้อน, โรคเอดส์, และผู้ที่มีภาวะด้านการมองเห็นเป็นระยะเวลาประมาณ 1 ปี

ในปี 1993 แซนด์เบิร์กศึกษาต่อในระดับปริญญาโทสาขา MBA ที่มหาวิทยาลัย Harvard ซึ่งภายในปีแรกเธอก็ได้รับทุนการศึกษาจากทางมหาวิทยาลัย และในปี 1995 เธอก็สำเร็จการศึกษาด้วยเกียรตินิยมอันดับ 1

 

การทำงาน

 

หลังจากที่เธอสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาโท ในปี 1995 แซนด์เบิร์กได้เริ่มงานด้วยการเป็นที่ปรึกษาด้านการจัดการให้กับบริษัท McKinsey & Company เป็นระยะเวลาประมาณ 1 ปี

ในช่วงปี 1996-2001 เธอได้เข้ามาทำงานกับศาสตราจารย์ลาร์รี่ ซัมเมอรส์ อีกครั้ง ซึ่งตอนนั้น ศาสตราจารย์ลาร์ลี่ดำรงตำแหน่งเป็นเลขาธิการกระทรวงการคลังสหรัฐ ภายใต้การบริหารของประธานาธิบดีบิล คลินตัน แซนด์เบิร์กจึงมีโอกาสได้ช่วยงานที่กระทรวงการคลังในด้านการยกเลิกหนี้ในประเทศที่กำลังพัฒนา เนื่องจากวิกฤตการณ์การเงินในเอเชีย (Asian financial crisis)

หลังจากนั้นได้เข้ามาทำงานกับบริษัทเว็บไซต์ชื่อดังอย่าง Google โดยรับผิดชอบงานด้านการขายโฆษณาและการพิมพ์โฆษณาสินค้าทางออนไลน์ ตลอดจนการปฏิบัติการด้านการขายสินค้าอุปโภคบริโภคของ Google และ Google Book Search ระหว่างที่เธอทำงานกับ Google เธอสร้างทีมขายและโฆษณาให้เติบโตเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จาก 4 คน จนกลายมาเป็น 4,000 คน (ต้องเก่งและแกร่งแค่ไหนถึงสามารถขยายทีมได้ใหญ่ขึ้นมากขนาดนี้)

ต่อมาในปี 2007  มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก (Mark Zuckerberg) ผู้ก่อตั้งและเป็นประธานบริหารเว็บไซต์ชื่อดังอย่าง Facebook มีโอกาสพบแซนด์เบิร์กที่งานปาร์ตี้คริสมาสต์ของ แดน โรเซนไวก์ (Dan Rosensweig) ในเวลานั้นซักเคอร์เบิร์กยังไม่ได้เปิดรับตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการอย่างเป็นทางการ แต่หลังจากการพบกันในงานเขาคิดว่าแซนด์เบิร์กนั้นเหมาะกับตำแหน่งนี้สุดๆ ต่อมาในปี 2008 เว็บไซต์ชื่อดังอย่าง Facebook ก็ได้ประกาศออกมาว่าได้ตัวแซนด์เบิร์กเข้ามาร่วมงานองค์กรในฐานะหัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการ และเธอก็ได้ออกจากบริษัทเดิมอย่าง Google อย่างเป็นทางการ

ภายหลังจากที่แซนด์เบิร์กได้ร่วมงานกับ Facebook เธอเริ่มคิดหาช่องทางว่าต้องทำอย่างไรเพื่อให้ Facebook ได้รับผลกำไร ก่อนหน้าที่บริษัท Facebook จะมีเธอเข้ามาร่วมงานนั้น สิ่งที่บริษัทให้ความสำคัญเป็นลำดับแรกๆเลย คือการสร้างเว็บไซต์ให้เจ๋งที่สุด ต่อมาก็คือ การคาดการณ์ผลกำไร และดำเนินการไปตามแนวทางที่วางไว้เพื่อไปให้ถึงจุดหมาย แต่หลังจากที่เธอเข้ามาทำงานนั้น เหล่าผู้บริหารของ Facebook ก็ตกลงกันว่าจะลองใช้การโฆษณาประชาสัมพันธ์ Facebook เพื่อให้เป็นที่รู้จัก โดยที่การโฆษณานั้นจะต้องมีความรอบคอบมากที่สุด

ในปี 2010 Facebook ได้รับผลกำไรมากมาย และแซนด์เบิร์กก็ได้มองเห็นกระบวนการทำงานทางธุรกิจของบริษัทอย่างครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็นการขาย การตลาด การพัฒนาธุรกิจ ทรัพยากรบุคคล นโยบายสาธารณะ และการติดต่อสื่อสาร และในที่สุด ในปี 2012 แซนด์เบิร์กก็ได้กลายมาเป็น 1 ใน 8 ของคณะกรรมการบริหารบริษัท (และเป็นผู้หญิงคนแรก) และมีส่วนช่วยผลักดัน Facebook เข้าตลาดหุ้นได้สำเร็จจนทำให้มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์กกลายเป็นมหาเศรษฐีที่มีทรัพย์สินมากที่สุดอันดับ 4 ของโลกในขณะนั้น

ภายหลังในเดือนเมษายนปี 2014 มีการรายงานว่า แซนด์เบิร์กขายหุ้น Facebook ของเธอเองไปมากกว่าครึ่งหนึ่ง ตั้งแต่บริษัทได้มีการจดทะเบียนเป็นมหาชน ในช่วงเวลาที่บริษัทจดทะเบียนเป็นมหาชน แซนด์เบิร์กถือครองหุ้นอยู่ประมาณ 41 ล้านหุ้นภายในบริษัท แต่หลังจากที่มีการขายหุ้นนั้น หุ้นของเธอจึงลดลงมาอยู่ที่ 17.2 ล้านหุ้น และมีสัดส่วนการถือหุ้น 0.5% ในบริษัท ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

ชีวิตส่วนตัว

 

แซนด์เบิร์กแต่งงานครั้งแรกเมื่อปี 1993 กับเบรน คราฟท์ (Brian Kraff) แต่ได้หย่ากันในปีถัดไป ต่อมาในปี 2004 เธอได้แต่งงานอีกครั้งกับเดฟ โกลด์เบิร์ก (Dave Goldberg) เจ้าของเว็บทำโพลสุดฮิต อย่าง Surveymonkey และมีลูกที่น่ารักด้วยกัน 2 คน สำหรับเรื่องครอบครัวแล้ว แซนด์เบิร์กกับสามีมีการพูดคุยกันเกี่ยวกับเรื่องความเท่าเทียมกันในความเป็นพ่อแม่ นั่นหมายถึงว่าเมื่อเป็นครอบครัวเดียวกันแล้วนั้น ทั้งสองคนจะไม่ผลักภาระความรับผิดชอบทั้งหมดไปให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่จะช่วยเหลือซึ่งกันและกันดูแล

แต่ในเดือนพฤษภาคม ปี 2015 เกิดเรื่องน่าเศร้าขึ้น เมื่อสามีของเธอได้ประสบอุบัติเหตุในขณะที่ใช้ลู่วิ่งออกกำลังกาย จนทำให้ศีรษะแตกและเสียเลือดมากจนทำให้เสียชีวิตในเวลาต่อมาที่โรงพยาบาล San Javier ใน Nuevo Vallarta จากนั้นมาแซนเบิร์กจึงกลายเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวผู้เข้มเข็งและยังคงดูแลครอบครัวของเธอต่อไป

 

อิทธิพลสร้างแรงบันดาลใจของผู้หญิงในโลกไอที

Photo Credit: https://www.amazon.com/primeinsider/reading/sheryl-sandberg.html

 

 

 

ฉันหวังว่า ฉันจะสามารถเดินไปบอกสาวๆทุกคน ได้ว่า “จงเชื่อมั่นในตัวเองและต่อรองเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง และเป็นเจ้าของความสำเร็จของตัวเอง” – เชอริล แซนด์เบิร์ก จากงาน TED Talk ที่เธอเคยพูดไว้ในหัวข้อ “Why we have too few women leaders”

 

 

 

 

 

 

 

สำหรับวงการไอทีแล้ว แซนด์เบิร์กนั้นไม่เพียงแต่เป็นประธานฝ่ายปฎิบัติการของบริษัทชื่อดังอย่าง Facebook แต่เธอยังเป็นผู้ทรงอิทธิพลในแง่ของผู้บริหารที่ประสบความสำเร็จและได้รับการยกย่องอย่างสูงจากวงการไอทีทั่วโลก และเป็นกระบอกเสียงให้กับผู้หญิงอีกหลายๆคนในด้านการทำงาน สิ่งที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง นอกเหนือจากการทำงานอย่างหนักแล้ว เธอยังคงเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่น่ารักของลูกๆอีกด้วยจึงไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่า งานของเธอนั้นไม่ว่าจะเป็นการบริหารงานระดับสูง หรือการเป็นคุณแม่ที่เข้มแข็งของเด็กๆนั้นมีความยากและต้องใช้ความมานะอดทน และความกล้าหาญอย่างมากเพื่อที่จะพิสูจน์ตัวเอง  เราจึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเธอถึงได้ติดอันดับของผู้หญิงที่ทรงพลังและมีอิทธิพลที่สุดของโลกคนหนึ่งจากสื่อหลายๆสำนักพิมพ์ ทั้ง The Wall Street,  Fortune, Time, และ Forbes เรียกได้ว่ากวาดเรียบยกแผงเลยทีเดียว

แล้วคุณล่ะ? วางแผนเกี่ยวกับเส้นทางการทำงานของคุณไว้อย่างไรบ้าง เราเชื่อว่าเมื่อคุณอ่านบทความนี้จบแล้วต้องมีไฟซักดวงในใจของคุณลุกโชนขึ้นมาแน่ๆ เรื่องราวของแซนเบิร์กน่าจะเป็นตัวอย่างที่น่าประทับของใครหลายๆคน ตอนนี้เป็นของคุณอีกคนด้วยใช่ไหมล่ะ?

 

Tags

Related articles

Shopify Thailand | เจาะลึก Agentic Commerce โอกาสใหม่บนช่องทางขายผ่าน AI ที่โตขึ้น 13 เท่า! 

เมื่อ AI กลายเป็นจุดค้นพบสินค้าใหม่ บทความนี้อธิบาย Agentic Commerce บน Shopify ทำงานยังไง กระทบธุรกิจแค่ไหน และต้องเตรียมอะไรก่อนใคร

Read more

โรงพยาบาลเชียงคำยกระดับความพร้อมด้วย CrowdStrike โดย Aware Group 

กรณีศึกษาโรงพยาบาลเชียงคำยกระดับ Cyber Security ด้วย CrowdStrike Falcon โดย Aware Group พร้อมบทเรียนสำหรับโรงงานและองค์กรที่หยุดไม่ได้

Read more

ควรรู้อะไรก่อนเตรียมตัวสอบ Claude Certified Architect – Foudations Certification

คุณบอม นพดล Technical Director ของเรา รวบรวม tips การเตรียมตัวสอบ Claude Certified Architect – Foundations Certification (CCA-F) มาให้แล้ว ตั้งแต่การบริหารเวลาในห้องสอบ ไปจนถึง Anthropic’s Way ที่ต้องเข้าใจให้ถูกก่อนตอบ

Read more
Contact us

Let's Talk Solutions

Don’t face obstacles alone – tell us about your needs. We’ll listen, suggest options, and together build technology to accomplish your goals.

Guaranteed Follow-Up — Within One Business Day

No chasing. No hassle. It’s easy.

Schedule a Free Consultation
General Form