fbpx

5 เคล็ดลับที่ไม่ลับ ทำ SEO ให้ประสบผลสำเร็จโดยใช้ White Hat Backlinks (สำหรับ B2B)

5 เคล็ดลับที่ไม่ลับ ทำ SEO ให้ประสบผลสำเร็จโดยใช้ White Hat Backlinks (สำหรับ B2B)

 

ทุกคนเคยสงสัยไหมคะว่าทำไมบางครั้งเราเขียนบทความที่มีประโยชน์ลงในเว็บไซต์ของเราแต่กลับไม่มีใครอ่าน หรือบางทีแม้ว่าเว็บไซต์ของเรามีข้อมูลครบถ้วนและใช้งานง่ายแต่ไม่มีใครเข้ามาเยี่ยมชมเลย วันนี้เราจะมาเรียนรู้วิธีการสร้าง Backlinks ที่จะช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ ทำให้เราสามารถดึง traffic และเพิ่มยอดการเข้าชมเว็บไซต์ให้พุ่งกระฉูดกันค่ะ

 

Backlink คือการเชื่อมโยงเว็บไซต์ของเราเข้ากับเว็บไซต์อื่นโดยการ”แปะลิงก์”ของเราให้ปรากฏบนเว็บไซต์นั้นๆ ทำให้เราสามารถดึง traffic จากผู้ใช้งานเว็บไซต์อื่นๆมายังเว็บไซต์ของเรา เพียงแค่ผู้ใช้งานคลิกลิงก์ Backlinks มีความสำคัญอย่างยิ่งในการทำ SEO เนื่องจากเป็นวิธีที่ได้ผลมากที่สุดในการทำให้ SEO Ranking ของเว็บไซต์พุ่งสูงขึ้น

 

Backlink สามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่ 1) Black Hat Backlinks หรือ Backlinks คุณภาพต่ำซึ่งสามารถพบได้ในบทความหรือเว็บไซต์สาธารณะอื่นๆที่มีการโพสต์ลิงก์ซ้ำๆแบบสุ่มและไม่เน้นคุณภาพของเนื้อหาเพื่อหวังสร้าง lead กลับมายังเว็บไซต์ การสร้าง Black Hat Backlinks จึงไม่ใช่วิธีที่ยั่งยืนและถูกต้อง เพราะนอกจากจะถูกมองว่าเป็นสแปมแล้วหาก Search Engine พบเข้าเว็บไซต์ในลิงก์ของเราจะถูกลดลำดับ SEO อีกด้วย

 

ในบทความนี้เราจะเรียนรู้วิธีการสร้าง Backlinks คุณภาพสูงหรือที่เรียกว่า White Hat Backlinks เพื่อสร้าง traffic และ lead พร้อมทั้งช่วยในการสร้างการจดจำแบรนด์ ซึ่งประกอบไปด้วย 5 วิธี ดังนี้

 

1. ทำคอนเทนต์เกี่ยวกับเรื่องที่คาดว่าจะได้รับความนิยมมากในอนาคต: สามารถทำได้ด้วย 2 วิธี ดังนี้

1.1: การคาดการณ์กระแสความนิยม:

นักทำ SEO จะต้องเสาะหาข้อมูลและคาดเดากระแสความนิยมของสิ่งต่างๆรอบตัวที่เกี่ยวข้องกับลักษณะของธุรกิจ และจะต้องนำเสนอคอนเทนต์ที่เกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ก่อนที่จะกลายเป็นกระแสและได้รับความนิยมมากขึ้นในอนาคต กล่าวคือหากเว็บไซต์ของเราเลือกนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งเป็นรายแรกๆ บทความหรือคอนเทนต์ที่เราสร้างไว้ก็จะกลายเป็นแหล่งข้อมูลอันดับต้นๆ เมื่อมีผู้ใช้งานอื่นๆค้นหาข้อมูลใน Search Engine เมื่อผู้อื่นนำข้อมูลของเราไปใช้ต่อและให้เครดิตกลับมายังเว็บไซต์ของเรา ก็จะทำให้เกิดการสร้าง White Hat Backlink ขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ในปี 2018 Aware เลือกนำเสนอคอนเทนต์เกี่ยวกับ Thailand 4.0, Dark Web, IoT, Blockchain, และ Big Data เนื่องจากเราคาดว่าหัวข้อเหล่านี้จะกลายเป็นที่นิยมใอนาคต และจะเห็นได้ว่ามีเว็บไซต์อื่นๆนำข้อมูลของเราไปเผยแพร่ ทำให้เกิดการสร้าง Backlinks กลับมายังเว็บไซต์ของ Aware ตามตัวอย่างในรูปด้านล่าง

ภาพตัวอย่าง: บริษัทให้คำปรึกษาด้าน Internet of Things ได้สร้าง Backlinks ไปยังบทความของ Aware เกี่ยวกับ IoT[/vc_column_text]

1.2: นำเสนอเรื่องที่เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน

ในการทำ SEO เราสามารถสร้างเนื้อหาที่เกี่ยวกับวันสำคัญต่างๆ ที่ผู้คนในโลกอินเทอร์เน็ตกำลังให้ความสนใจ ตัวอย่างเช่น เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา Aware ได้นำเสนอบทความเกี่ยวกับบทบาทของผู้หญิงในธุรกิจเทคโนโลยีในประเทศไทยเนื่องในวัน International Women’s Day และบทความนั้นได้กลายเป็นที่สนใจของสำนักข่าวและเกิดการนำข้อมูลไปใช้ต่อ ส่งผลให้เกิดการสร้าง Backlinks กลับมายังเว็บไซต์ของเรา

 

Yahoo News (Singapore)ได้ตีพิมพ์บทความของ Aware เรื่องบทบาทของผู้หญิงในธุรกิจเทคโนโลยีในประเทศไทย

 

2.ใช้ Syndicated Post หรือ Content Syndication

นอกจากเราจะสร้างบทความในเว็บไซต์ของเราเองแล้ว ในอินเทอร์เน็ตยังมีพื้นที่ให้เราเขียนบทความและโพสต์คอนเทนต์ลงบนฟรีเว็บไซต์เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่กว้างขึ้นและเกิดการนำคอนเทนต์ไปใช้ต่อและสร้าง Backlinks

 

ตัวอย่างเช่น Aware ใช้วิธีเขียนบทความเกี่ยวกับเทคโนโลยีลงในเครือข่ายออนไลน์ที่ชื่อ e27 ซึ่งเป็นเว็บไซต์เกี่ยวกับเทคโนโลยีในทวีปเอเชีย นอกจากนี้ยังมีเว็บไซต์ IT อื่นๆที่เปิดโอกาสให้เราได้ใช้งานอีกมากมาย เช่น yahoo.sg และ The Republic World

 

 

3.เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายโดยใช้ Authority Guest Post

กลยุทธ์อีกอย่างหนึ่งของการทำ SEO คือเราจะต้องเป็นฝ่ายเข้าหากลุ่มเป้าหมาย ไม่ใช่แค่เพียงรอกลุ่มเป้าหมายเข้าหาเราเพียงฝ่ายเดียว ในปัจจุบันจึงมีเว็บไซต์ที่ให้เรานำเสนอคอนเทนต์และแสดงความคิดเห็นบนโลกออนไลน์เกิดขึ้นมากมายโดยไม่ต้องสมัครสมาชิก เราจึงสามารถเขียนบทความหรือแสดงความคิดเห็นออนไลน์แบบ Guest Post ได้อย่างเสรี

 

ในขั้นตอนการสร้าง Guest Post การรู้จักกลุ่มเป้าหมายป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เราต้องรู้ให้ได้ก่อนว่ากลุ่มเป้าหมายของธุรกิจเป็นใคร ชอบคอนเทนต์แนวไหน และเราจะสามารถเข้าหากลุ่มเป้าหมายได้อย่างไร ดังนั้นเราจึงต้องวิเคราะห์ ประเมินความสนใจและพฤติกรรมการใช้งานรวมถึงประเภทของแพลตฟอร์มหรือเว็บไซต์ที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้ใช้งาน หากได้คำตอบทั้งหมดแล้วจึงสามารถเริ่มเขียนคอนเทนต์ที่เป็นประโยชน์และพยายามสอดแทรก Backlinks เพื่อเผยแพร่บนเว็บไซต์เหล่านั้น

 

4.ให้ข้อมูลฟรี (แบบหวังผลตอบแทน)

โลกนี้ไม่มีอะไรฟรี คุณเคยได้ยินแคมเปญ HARO หรือ Help A Reporter Out หรือไม่? เราจะมาทำความรู้จักกับเว็บไซต์ที่เป็นประโยชน์นี้ให้มากขึ้นค่ะ helpreporter.com หรือที่เรียกกันว่า HARO เป็นเว็บไซต์กลางที่มีพื้นที่ให้นักข่าวและแหล่งข่าวมาพบกัน โดยนักข่าวสามารถถามคำถามกับแหล่งข่าวซึ่งเป็นบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญและมีความรู้ในด้านนั้นๆ และหากข้อมูลดังกล่าวถูกเผยแพร่ออนไลน์ในบทความหรือเว็บไซต์ข่าว นักข่าวจะต้องให้เครดิตผู้ให้ข้อมูลโดยการสร้าง Backlinks กลับมายังเว็บไซต์ ดังนั้นการใช้บริการ HARO จึงไม่ใช่การให้ข้อมูลฟรีเสียทีเดียวแต่เป็นการให้ข้อมูลแบบหวังผลตอบแทนนั่นเอง

 

 

คุณชอน อัลลัน Digital Marketing Manager ของ Aware ได้กล่าวว่าเขาได้รับคำถามจากนักข่าวผ่านเว็บไซต์ HARO ในลักษณะดังรูปตัวอย่างด้านล่างเป็นประจำ และบางครั้งก็ได้ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับนักข่าว ทำให้สำนักพิมพ์ออนไลน์ได้เผยแพร่ข้อมูลที่ได้ลงในเว็บไซต์และสร้าง Backlinks กลับมายัง Aware ตามรูปในตัวอย่างด้านล่าง

 

 

5.สร้างคอนเทนต์แบบ Link Bait

Link bait คือการสร้างคอนเทนต์ที่มีคุณภาพเกี่ยวกับเรื่องที่กำลังได้รับความนิยมและกำลังอยู่ในกระแส โดยหัวข้อเหล่านี้จะยังอยู่ในความสนใจของผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตแม้เวลาผ่านไป หากเราสามารถสร้างคอนเทนต์ที่เกียวกับหัวข้อเหล่านี้ บทความของเราก็จะสามารถดึงดูด traffic เข้ามายังเว็บไซต์ และเมื่อมีผู้ใช้งานนำเนื้อหาไปเผยแพร่ก็จะเกิดการสร้าง Backlinks ต่อไปเรื่อยๆ

 

ยกตัวอย่างเช่น เมื่อปี 2017 Aware ได้เขียนบทความเกี่ยวกับRansomware หรือมัลแวร์ที่คุกคามผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์กว่า 200,000 รายทั่วโลก และเนื่องจาก Ransomware เป็นเรื่องร้ายแรงที่ส่งผลกระทบต่อผู้คนทั่วโลก บทความของ Aware จึงได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังถูกกล่าวถึงในคอนเทนต์ออนไลน์ของศาลฎีกาตามรูปด้านล่าง

หากคุณเป็นผู้ที่มีความสนใจในการทำ SEO สำหรับธุรกิจ (B2B) หรือต้องการคำแนะนำเกี่ยวกับการทำ SEO คุณสามารถติดต่อเราได้ที่ awaresocial@aware.co.th (ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ)หรือหากต้องการเรียนรู้เกี่ยวกับการลงโฆษณาบน Google สามารถดูได้ที่:การจัดการ Google AdWords