June 17, 2019

LGBTQ+ และโลกแห่งการทำงาน

by Matana Wiboonyasake matana.w@aware.co.th

 

พื้นที่ของ LGBTQ+ ในประเทศไทย

 

สถานการณ์ปัจจุบันของประเทศไทยที่มีต่อ LGBTQ+ ดูเหมือนว่าประเทศของเราเปิดใจและยอมรับ LGBTQ+ มากขึ้น ทั้งภาพยนตร์ ละคร รายการ และอีกหลายกระแสที่เราพบเห็นผ่านสื่อและชีวิตประจำวันของเรา ทำให้เราเกิดความเข้าใจว่า LGBTQ+ เป็นที่ยอมรับอย่างเปิดกว้างและพวกเขาสามารถเปิดเผยตนเองได้อย่างเสรี แต่ในความจริงแล้วประเทศไทยยอมรับ LGBTQ+ มากแค่ไหน? คุณอาจจะตั้งคำถามว่า ออกจะเป็นเรื่องปกตินะ ลองมองไปที่ถนนหรือแวดวงเพื่อนสนิทสิ เราต่างก็มีเพื่อนที่เป็น LGBTQ+ กันทั้งนั้น การไม่ยอมรับอยู่ตรงไหน?

ที่เรามองว่าปกติ นั่นอาจเป็นเพราะเรายังคงมองอย่างคนนอก แต่คุณทราบหรือไม่ว่าภายใต้ความปกตินั้นถ้าลองพูดถึงเรื่องของ LGBTQ+ ในแง่ของการทำงานแล้ว มีบางเรื่องไม่ปกติและมักเกิดขึ้นกับ LGBTQ+ เท่านั้น? เรื่องไม่ปกติเหล่านั้นถูกเก็บซ่อนไว้อย่างมิดชิด และการเป็น LGBTQ+ สำหรับบางคน เมื่ออยู่ในที่ทำงานก็จำเป็นต้องเลือกระหว่างปกปิดหรือเปิดเผยตัวตน (ซึ่งการเปิดเผยก็ต้องทำให้ถูกจังหวะและเวลาด้วย) สำหรับ LGBT เรื่องลับเก็บลึกแบบนี้ เป็นเรื่องยากที่จะอธิบายให้บุคคลทั่วไปหรือคนนอกเข้าใจ

ก่อนจะเข้าเรื่องของ LGBTQ+ กับโลกแห่งการทำงาน เรามาทำความเข้าใจก่อนว่า LGBT คืออะไร – เป็นตัวย่อของ Lesbian, Gay, Bisexual, Transgender และในปัจจุบันมีการเพิ่มเข้ามาของ Q+ ด้วยกลายเป็น LGBTQ+ ซึ่งแทนตัวย่อของ Queer หรือ Questioning (บุคคลที่ยังไม่แน่ใจในเพศสภาพของตนเอง) หรือเรียกได้อีกอย่างว่า บุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ

 

อุปสรรคของ LGBTQ+ หลายคนไม่รู้

 

แม้ว่าจะมีการยอมรับได้มากขึ้นกว่าเมื่อก่อน มีรายงานในประเทศไทยที่บอกว่าบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศยังไม่ได้รับการยอมรับอย่างแท้จริงในสังคมไทย แต่เรายังคงเห็นทั้งอคติที่ยังขาดความเข้าใจต่อวิถีและอัตลักษณ์ทางเพศที่แตกต่างกัน เห็นการแสดงความคิดเห็นแบบเหมารวมในแง่ลบ การล้อเลียนส่อเสียด การเลือกปฏิบัติต่อ LGBTQ+ในหลายแง่มุม โดยเฉพาะเมื่อเราพูดถึงในแง่ของการทำงาน การถูกเลือกปฏิบัติปัจจุบันยังคงเกิดขึ้นอยู่ ที่สำคัญคือแนบเนียนกว่าในสมัยก่อนมาก ทำให้สิ่งนี้เป็นเสมือนหนามที่คอยทิ่มตำการใช้ชีวิตของ LGBTQ+ ไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เป็นอุปสรรคอย่างไร? จากงานวิจัยอัตลักษณ์ทางเพศและวิถีทางเพศในประเทศไทย (PRIDE)พบว่ามีการเลือกปฏิบัติต่อบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ (บุคคลที่มีวิถีและอัตลักษณ์ทางเพศหลากหลาย) ในตลาดแรงงานตลอดวงจรของการทำงาน ตั้งแต่การปฏิเสธการรับเข้าทำงาน ทำให้ไม่ได้รับการฝึกอบรม ไม่ได้รับการประเมินงานตามความสามารถ ไม่ได้รับการเลื่อนตำแหน่ง ไปจนถึงการเลิกจ้างอย่างไร้เหตุผล ทั้งหมดนี้ด้วยเหตุผลเพียงเพราะบุคคลนั้นมีวิถีและอัตลักษณ์ทางเพศที่แตกต่างไป

 

ความเป็น LGBTQ+ และหนามทิ่มตำจากวงจรการทำงาน

 

อุปสรรคที่เป็นเหมือนหนามทิ่มตำเช่น การเลือกปฏิบัติต่อ LGBTQ+ ในที่ทำงานมักเกิดขึ้นในหลายๆช่วง ที่แนบเนียนที่สุดคือการปฏิเสธการรับเข้าทำงานในช่วงการรับสมัครงาน ทั้งการประกาศรับสมัครงานที่มีการระบุเพศ การคัดเรซูเม่สมัครงานผ่านอีเมลที่มีภาพไม่ตรงปกออก (พบว่าเพศกำเนิดไม่ตรงกับเพศสภาพ) เมื่อจะเรียกมาสัมภาษณ์ผ่านโทรศัพท์ หากพบว่ามีน้ำเสียงที่ผิดไปจากความคาดหมายก็ไม่ได้รับนัด หรือหากเรียกมาแล้วก็มีการตั้งคำถามที่ละเมิดความเป็นส่วนตัว เช่น ชอบผู้หญิงหรือผู้ชาย อีกหน่อยจะแต่งตัวเป็นผู้หญิงหรือไม่ มาจนถึงสภาพแวดล้อมในการทำงานบางแห่งที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการเปิดเผยตัวตนของ LGBTQ+ ทั้งการพูดคุยที่ไม่ก่อให้เกิดความรู้สึกดี การแซวเล่นแรงๆ การพูดส่อเสียดเหยียดอัตลักษณ์ของคนนั้นๆ ความลำเอียงที่ได้รับจากคนในทีมและหัวหน้างาน ซึ่งสอดคล้องกับผู้ให้ข้อมูลของงานวิจัยอัตลักษณ์ทางเพศและวิถีทางเพศในประเทศไทย (PRIDE)LGBTQ+ ส่วนใหญ่โดยเฉพาะคนข้ามเพศบอกว่าในโลกของการทำงาน ต้องใช้พยายามมากกว่าคนอื่นๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งการยอมรับและต้องพิสูจน์ตัวเองว่าเพศวิถีที่แตกต่างไม่ได้ส่งผลต่อคุณค่าในความเป็น ลูกจ้าง หรือสมาชิกในสังคม

 

Aware เข้าใจ เปิดกว้าง และยอมรับในความแตกต่าง

 

หลายครั้งการยอมรับความหลากหลายทางเพศอาจถูกจำกัดในที่ทำงาน ทำให้ LGBTQ+ จำเป็นต้องแสดงออกให้เหมือนกับคนทั่วไป เพื่อหลีกเลี่ยงแรงต้านและการถูกปฏิเสธจากเพื่อนร่วมงาน และจะเปิดเผยก็ต่อเมื่อหลังจากรู้สึกว่ามีความมั่นคงในตำแหน่งงานนั้นแล้ว แต่ไม่ใช่กับที่นี่

Aware ส่งเสริมความหลากหลายในสถานที่ทำงานและส่งเสริมงานที่มีคุณค่า* (Decent Work) สำหรับทุกคน นั่นหมายรวมถึงคนที่มีวิถีและอัตลักษณ์ทางเพศที่หลากหลายด้วย ให้มีสิทธิได้รับโอกาสและการปฏิบัติที่เท่าเทียมกัน เริ่มตั้งแต่การรับสมัครงาน การร่วมงาน การประเมินงาน ไปจนถึงโอกาสในการได้รับการสนับสนุนทางหน้าที่การงาน เพราะเราเชื่อว่าความเท่าเทียมนั้นเป็นเหมือนพลังให้ทุกคนได้พัฒนาตัวเองอย่างเต็มศักยภาพ และทำให้ Aware ค้นพบคนทำงานที่มีความสามารถและพรสวรรค์ได้อย่างเต็มที่ สิ่งนี้ช่วยให้องค์กรพัฒนาไปได้ไกล เข้าอกเข้าใจ และเข้าถึงพวกเขาได้ดีมากขึ้นอีกด้วย

หมายเหตุ: **งานที่มีคุณค่า (Decent Work) หมายถึง งานที่สามารถตอบสนองความต้องการของคนๆหนึ่งได้ครอบคลุม 8 อย่างด้วยกัน 1.การมีโอกาสและรายได้2.การมีสิทธิในด้านต่างๆ 3.การได้แสดงออก 4.การได้รับการยอมรับ 5. สร้างความมั่นคงให้ครอบครัว6.การได้พัฒนาตนเอง 7.การได้รับความยุติธรรม และ 8.การมีความเท่าเทียมกันทางเพศ

 

เราไม่เคยจำกัด หรือระบุเพศของตำแหน่งงานนั้นๆ ในการลงประกาศเพื่อรับสมัครงานเลย หรือแม้แต่การรับสมัครงานในบางตำแหน่ง ผู้ที่มาสมัครงานจะมีเพศสภาพที่ไม่ตรงกับเพศกำเนิด แต่เราก็เปิดโอกาสให้ทุกคนได้มาทำงานในองค์กรของเราอย่างชอบธรรมและเท่าเทียม

 

ในสังคมปัจจุบันมีความหลากหลายทางเพศ และมีการแสดงออกทางเพศอย่างชัดเจน เรื่องเพศนั้นเป็นเรื่องที่อ่อนไหว การไม่ยอมรับในความแตกต่างทางเพศไม่ได้มีแค่ในหลายประเทศเท่านั้น แม้แต่ในที่ทำงานหลายแห่งก็ไม่สามารถยอมรับได้เช่นกัน แต่ถึงอย่างไรก็ตาม การไม่ยอมรับนี้ ไม่ใช่ทุกองค์กรเสมอไป Aware Group เราไม่ได้ปิดกั้นคนที่มีความหลากหลายทางเพศ แต่เราให้โอกาสกับกลุ่มนี้เฉกเช่นกับเดียวกลุ่มคนอื่น ๆเพราะเราเชื่อว่า กลุ่มคนเหล่านี้เป็นบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ มีทั้งพรสวรรค์และพรแสวงที่ดี ที่สามารถสร้างคุณค่าให้กับองค์กรได้ Aware Group มีนโยบายชัดเจนในเรื่องของการไม่เลือกปฏิบัติในสถานที่ทำงานเราต่างปฏิบัติต่อกันและกันด้วยความเคารพ และความมีศักดิ์ศรีเพื่อให้แต่ละคนสามารถเป็นตัวของตัวเองได้อย่างเหมาะสม

เมื่อกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศเข้ามาทำงานร่วมกับองค์กร พวกเขาก็ได้แสดงทั้งความรู้ ความสามารถให้พวกเราได้ทึ่งกันพวกเขาสามารถนำพรสวรรค์ที่เขามีอยู่มาใช้ในการทำงานได้เป็นอย่างดี บางคนมีมุมมองด้านศิลปะ มีทักษะในการถ่ายภาพ ทางการแสดงออก การเจรจา การคิดวางแผนอย่างเป็นระบบ การสื่อสาร การจัดการ ฯลฯ ซึ่งสิ่งเหล่านี้สามารถก่อให้เกิดประโยชน์กับองค์กรพวกเขาสามารถพัฒนาศักยภาพได้อย่างเต็มที่ เพราะเรามีเวทีให้กลุ่มคนที่มีความหลากหลายได้แสดงฝีมืออย่างเต็มที่ และพร้อมจะสนับสนุนพวกเขาเช่นเดียวกับกลุ่มคนอื่นๆ เพราะเราคือ ครอบครัวเดียวกัน (คุณพวงทอง ทิพย์แดง Human Resources Director | Aware Group)

 

ความสุขที่ไม่มีการแบ่งแยก

 

ในการทำงานกับกลุ่มคนที่หลากหลาย เรามีเป้าประสงค์เดียวคือ การทำงานให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดีจากความตั้งใจของทีมงานทั้งหมด โดยที่ไม่มีการแบ่งแยกว่าใครมีสิทธิ์มีเสียงในการทำงานมากกว่ากัน ไม่มีการจำกัดการแสดงความคิดเห็นว่าใครทำได้มากน้อยแค่ไหน แต่ทุกคนดูแลรับผิดชอบหน้าที่ของตัวเองแล้วทำงานด้วยกันเป็นทีม ค้นหาพรสรรค์ในด้านต่างๆที่ตัวเองสนใจได้อย่างเต็มที่ สุดท้ายความสุขภายหลังความสำเร็จของแต่ละงานมักปรากฏบนรอยยิ้มของทุกคนเสมอ หนึ่งสิ่งสำคัญที่เป็นเรื่องพื้นฐานในการทำงานเป็นทีม คือการไม่แบ่งแยกหรือจำกัดสิทธิทางเพศในที่ทำงาน เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่ทำให้หลายคนมีความสุขมากขึ้นในที่ทำงาน

ตัวอย่างเพื่อนร่วมงานที่เราภูมิใจในตัวเขามาเสมอ น้องเนปจูนสุภัจฉรา ชูไพศาลกิจ ที่ได้ร่วมงานกับ Aware มากว่า 2 ปีแล้ว ทุกครั้งที่มีงานเลี้ยงฉลองเราจะได้ชมการแสดงตระการตาจากน้องเนปจูนเสมอ สำหรับการทำงานแล้วเนปจูนเป็นคนที่มีความตั้งใจทำงานสูง ขยันขันแข็ง ยิ้มแย้มอยู่เสมอ เต็มที่กับทุกงานที่มอบหมาย เธอมีความคิดเห็นต่องค์กรในการยอมรับตัวตนของเธออย่างไรบ้าง?

 

 

“ไม่ว่าจะเพศสภาพไหน เราต่างมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี มีสิทธิเสรีภาพไม่ว่าจะทั้งทางความคิด และการกระทำที่อยู่ในกรอบของการอยู่ร่วมกันในสังคมที่เท่าๆกัน และที่สำคัญคือ เราทุกคนมีความเท่าเทียมกันค่ะ”

 

รู้สึกดีใจค่ะ ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของ Aware องค์กรที่พร้อมเปิดรับกับสิ่งใหม่ๆเสมอ องค์กรที่เปิดโอกาสให้ทุกคน ทุกเพศ ทุกระดับงาน ได้เสนอความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์และตรงไปตรงมา

เนปมาสมัครงานที่นี่ด้วยรูปหน้าตรงสวมชุดครุยแบบผู้หญิงค่ะ ต้องบอกก่อนว่ารูปหน้าตรงสวมชุดครุยและต้องแต่งกายตามคำนำหน้าชื่อ ‘ไม่ใช่ตัวตนของเราเลย’ จึงเลือกที่จะใช้รูปแบบที่เป็นผู้หญิงในการสมัครงานค่ะ ก็ได้รับเรียกสัมภาษณ์ตามปกติ วันแรกที่เริ่มงานกับ Aware ก็คิดว่า Aware เป็นองค์กรที่มีความก้าวหน้าและค่อนข้างมีแนวคิดสมัยใหม่ องค์กรจะก้าวไปข้างได้อย่างไร หากยังยึดติดกับอคติเดิมๆ กับการไม่ปรับตัวให้ทันต่อสถานการณ์และเหตุการณ์ต่างๆที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ซึ่ง Aware ทำให้เราเห็นและสัมผัสได้ถึงความเป็นองค์กรที่ไม่แบ่งแยกเพศ อีกทั้งยังยอมรับในตัวตนของเราอีกด้วย

ทำงานที่นี่ไม่เคยโดนเหน็บ โดนแซว หรือถูกเลือกปฏิบัตินะคะ เป็นตัวของตัวเอง ไม่ได้ปรับอะไรมาก ตัวเนปเองเวลาทำงานก็ต้องพิสูจน์ตัวเองเหมือนคนอื่นๆ เพื่อให้ทุกคนได้เห็นศักยภาพและความสามารถของเราให้ได้มากที่สุด แต่ทั้งนี้ความสามารถของเราทุกคนต่างมีไม่เหมือนกัน พรสรรค์ของแต่ละบุคคลที่มีก็แตกต่างกัน อยู่ที่ว่าเราจะพยายามแสวงหาเพื่อต่อยอดพรสววรรค์นั้นๆให้ประสบความสำเร็จได้อย่างไรต่างหากค่ะ

Aware เป็นองค์กรที่เปิดโอกาสให้เราได้แสดงตัวตนได้อย่างเสรี โดยมีขอบเขตของคำว่าเหมาะสม และเปิดโอกาสให้เราได้แสดงความสามารถ และความคิดเห็นได้อย่างเต็มที่ อาจไม่ใช่เพียงแค่กลุ่ม LGBTQ+ แต่หมายรวมถึงทุกๆคน ที่ได้เข้ามาร่วมงาน ได้มาเป็นครอบครัว เป็นส่วนหนึ่งของคำว่า “Aware” (เนปจูน สุภัจฉรา ชูไพศาลกิจ | Sales Administration Officer | Aware Group)

 

อีกตัวอย่างเพื่อนร่วมงานที่เคยมีประสบการณ์ในการถูกเลือกปฏิบัติจากองค์กรอื่นในช่วงการสัมภาษณ์งาน แต่ตอนนี้ทำงานกับเราด้วยความสบายใจ น้องแม็กซ์ ธรรมปพน ต่อทรัพย์สิน | Recruitment Marketing Executive ที่เพิ่งจะร่วมงานกับเราได้ไม่นานก็ฝากผลงานบทความกับเราไว้มากมาย อีกทั้งน้องแม็กซ์เป็นอาสาสมัครและร่วมผลักดันกิจกรรมของเพจ Young Pride Club ช่วยรณรงค์ในเรื่องการส่งเสริมด้านสิทธิความเท่าเทียมทางเพศ และกลายมาเป็นผู้ก่อตั้งเพจ MAXMA WORK (เพจที่ลงข้อมูลงานที่เปิดโอกาสให้กลุ่ม LGBTQ+ พร้อมกับแชร์ข้อมูลข่าวสารในประเด็นความเท่าเทียมทางเพศ)

 

 

ทำงานที่นี่ Happy มากครับ วันแรกทีได้ร่วมงาน ผมรู้สึกว่า Aware เป็นบริษัทที่ใหญ่และมีความเป็น International มากครับ มีการต้อนรับที่เป็นกันเอง ตั้งแต่สัมภาษณ์งานจนมาทำงานยังไม่มีเรื่องอะไรให้ติดใจ ไม่มีเพื่อนร่วมงานที่มา bully เรื่อง LGBTQ+และไม่มีการถามข้อมูลที่ทำให้เรารู้สึกอึดอัด ยิ่งไปกว่านั้นรู้สึกว่าได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆเยอะเลยครับ ทั้งในเรื่อง Technology, Marketing และ Recruitment พร้อมกันนั้นก็ได้มิตรภาพดีดีจากเพื่อนๆพี่ๆที่ Aware ด้วยครับ และสิ่งเหล่านี้แหละครับทำให้ผมกล้าที่จะเป็นตัวของตัวเอง กล้าแสดงความคิดเห็นพร้อมกันนั้นก็ทำให้ผมมีความรู้สึกเชื่อมั่นในองค์กร และพร้อมสร้างสรรค์สิ่งดีๆให้องค์กรครับ

 

ผมเคยมีประสบการณ์ถูกเลือกปฏิบัติครับ จากบริษัทข้ามชาติ ตอนสัมภาษณ์รอบสุดท้ายด้วยคำถามว่า “คุณต้องการจะแต่งตัวเป็นผู้หญิงไหม ถ้าคุณต้องการแต่ง ทางบริษัทไม่สะดวกรับเข้ามาทำงาน” คำตอบของผมคือ “ผมไม่มีแพลนที่จะแต่งเป็นผู้หญิงครับ” ภายหลังจากการสัมภาษณ์ ผมได้งาน แต่ผมเลือกที่จะปฏิเสธการร่วมงานไป เพราะผมคิดว่าถ้าองค์กรยังไม่เปิดรับในเรื่องของเพศสภาพที่หลากหลาย ซึ่งเป็นเรื่องสิทธิ์พื้นฐานของความเป็นมนุษย์ เรื่องอื่นๆอาจจะยากด้วยเช่นกันและผมคงทำงานอย่างไม่มีความสุข

ยิ่งพอเรามาทำงานในตำแหน่ง Recruitment Marketing Executive เคยผ่านเหตุการณ์สัมภาษณ์งานในลักษณะที่กล่าวมา ทำให้ผมรู้สึกว่าต้องทำอะไรสักอย่าง ประกอบกับมาพบตอนทำงานว่า Aware สนับสนุนพนักงานในเรื่อง Gender equality เลยรู้สึกว่าการทำเพจงานเพื่อช่วยประเด็นความเท่าเทียมกันทางเพศของ LGBTQ+ น่าจะเป็นเรื่องใกล้ตัวมากที่สุดเลยก่อตั้งเพจ MAXMA WORK เพื่อลงข้อมูลงานที่เปิดโอกาสให้กลุ่ม LGBTQ+ พร้อมกับแชร์ข้อมูลข่าวสารในประเด็นความเท่าเทียมทางเพศด้วย

จากที่ผมทำเพจนี้อยู่ ผมจำเป็นต้องส่งข้อความไปสอบถามทาง HR หลายๆบริษัทที่เขาโพสต์รับสมัครงานว่าเปิดรับ LGBTQ+ ไหม โดยส่วนมากก็คือรับนะครับ (แม้จะลงประกาศระบุเพศว่ารับพนักงานเพศชายและหญิง) ผมจึงอยากให้กำลังใจ LGBTQ+ ทุกคนให้กล้าสมัคร กล้าถามทาง HR ไปก่อนเลยครับก่อนสมัคร (กรณีที่ไม่แน่ใจว่าเขาเปิดรับ LGBTQ+ ไหม) แล้วถ้าเขาไม่เปิดรับ โดยอาจจะให้เหตุผลอ่อนไหว เช่น ห่วงภาพลักษณ์ขององค์กร หรือ จำเป็นต้องให้พนักงานแต่งกายตามเพศกำเนิด ผมก็อยากจะบอก LGBTQ+ ทุกคนว่า หากตรงนี้ติดค้างในใจ ให้เรากล้าที่จะยืนหยัดและมองหาโอกาสใหม่ในองค์กรอื่นแทนครับ

ปัจจุบันนี้มีองค์กรมากมายที่เปิดรับ LGBTQ+ และผมเชื่อว่าคุณจะสามารถแสดงศักยภาพของคุณได้อย่างเต็มที่เมื่อคุณเข้าไปอยู่ในองค์กรเหล่านั้น เพราะผมได้ผ่านประสบการณ์ในการเจอเรื่องเลือกปฏิบัติในตอนสัมภาษณ์งานมาแล้ว ฉะนั้นผมจึงพอเข้าใจสถานการณ์แบบนี้พอสมควรครับ และถ้าผมผ่านเรื่องราวเหล่านั้นมาได้ ผมก็มีความเชื่อมั่นว่าพวกคุณทุกคนก็สามารถข้ามผ่านเรื่องราวเหล่านี้ได้เหมือนกันครับ (แม็กซ์ ธรรมปพน ต่อทรัพย์สิน | Recruitment Marketing Executive| Aware Group)  

 

แม้ว่า Aware Group เป็นอีกหนึ่งองค์กรที่มีนโยบายชัดเจนในเรื่องของเปิดรับความหลายของบุคคลากรในองค์กรและมีความตั้งใจที่จะดูแลพนักงานทุกคนด้วยความเท่าเทียมกันโดยไม่เลือกปฏิบัติในสถานที่ทำงาน แต่เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าอนาคตที่ไร้การเลือกปฏิบัติจะเกิดขึ้นในทุกๆองค์กร สถานที่ทำงานจะเป็นอีกพื้นที่ปลอดภัย (Safe Space) สำหรับเพื่อนพนักงาน LGBTQ+ เป็น ‘พื้นที่’ เปิดเผยตัวตน สนับสนุนพวกเขาให้ปราศจากการหลบซ่อนและความอึดอัด ให้พวกเขาปลดปล่อยพลังความสามารถและพรสวรรค์ของตัวเองในฐานะปัจเจกบุคคลออกมาให้มากที่สุด

 

#AwareSupportLGBTQinWorkPlace

#AwareSupportGenderEqualityinWorkPlace

#InternationalLGBTQday

#AwarePeople

 

About Matana Wiboonyasake

Digital Marketing Executive | Aware Group ตั้งใจที่จะส่งมอบเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ เขียนให้อ่านง่ายและเข้าใจง่าย แม้ผู้ที่ไม่มีความรู้ทางด้านเทคโนโลยีมาก่อนก็สามารถศึกษาร่วมกันได้ ยินดีที่จะนำเสนอเรื่องราวน่าสนใจด้านเทคโนโลยี มาร่วมเรียนรู้ด้วยกันนะคะ

Uncategorized